คำสมาส

คำสมาส

การสร้างคําโดยนําวิธีการของภาษาอื่นมาใช้มีหลายวิธี เช่น
1. การใช้อุปสรรค
2. การใช้ปัจจัย
3. การใช้วิภัตติ
4. การสมาส
5. การสนธิ
6. การแผลงคํ า
จะกล่าวละเอียดเฉพาะการสร้างคํ าสมาสและสนธิ ส่วนวิธีอื่นข้อสอบมักไม่กล่าวถึง จะกล่าวถึง
เพียงเล็กน้อย
๑.การใช้อุปสรรค อุปสรรคเป็นพยางค์ที่ใช์สํ าหรับประกอบหน้าศัพท์

เช่น ทุ นิ ป ประ อุป อธิ อติ เป็นต้น
ทําให้ศัพท์มีความหมายเปลี่ยนแปลงไปเป็นวิธีการเพิ่มศัพท์ของภาษาบาลีและสันสกฤต
เช่น ทุกรกิริยา ทุจริต ทุคติ ทุภาษิต ทุพภิกขภัย ทุศีล ทุรชน ทรชน
นิทาน นิบาต นิธิ นิภา นิพัทธ์ นิมิต นิยม นิยาม นิวัติ นิเทศ
ประการ ประกาศ ประณม ประณาม ประณีต ประทีป ประเทศ ปฏิกิริยา ปฏิญญา
ปฏิพากย ์ ปฏิโลม ปฏิวัติ ปฏิเสธ ปฏิเวธ ประติชญา แผลง ปฏิ เป็น ป้จจุ , ปาฏิ
เช่น ปัจจามิตร ปัจจุบัน ปัจเจก ปาฏิบท ปาฏิหาริย์ ปราชัย ปราชิก ปราชิต ปราภพ ปรากรม
ปริญญา บริกรรม บริจาค บริสุทธิ์ บริหาร ปริยาย ปริวรรต แผลง ปริ เป็น บรร
เช่น ปริยาย-บรรยาย บริษัท-บรรษัท ปริสาร-บรรสาร ปริหาร-บรรหาร
วิชา วิภาค วิญญาณ วิกล วิการ วิกาล วิมุข วิราค วิสัญญี แผลง วิ เป็น เว ไว พิ ไพ ไพร
เช่น เวโรจน์ ไวพจน์ พิชัย ไพจิตร ไพรบูลย์
สังกร สังขาร สัญจร สัญชาติ สันดาป สันธาน สัมพุทธ สุคติ สุจริต สุจิตร สุคต สุชน สุทรรศน์ สุภาษิต สุมน แผลง สุ เป็น สร สว สุว เสา เสาว โส
เช่น สรเลข สวัสดี สุวคนธ์ เสารภย ์ เสาวคนธ์ เสาวภา โสตภิ โสภา โสมนัส

อติชาต อติเทพ อติราช อติเรก อติสาร แผลงอติเป็น อดิ
เช่น อดิศวร อดิศร อดิเทพ อดิเรก อธิกรณ์ อธิการ อธิราช อธิศีล อธิบดี อธิษฐาน อธิกมาส แผลง อธิเป็น อัชฌ อัธย
เช่น อัชฌั ตติก อัชฌาสัย อัธยาสัย อัธยาย อนุญาต อนุบท อนุบาล อนุภรรยา อนุมาน อนุโมทนา อนุรักษ์ อปภาคย ์ อปมงคล อปลักษณ์ อเปหิ แผลง อป เป็น อัป
เช่น อัปภาคย์ อัปมงคล อัปยศ อัปลักษณ์
อปิืกัจฉะ (ใกล้รักแร้) อปิกรรณ (ใกล้หู) อภิชน อภิชัย อภิชาต อภิชิต อภิธรร อภินันท์ อภิบาล แผลง อภิ เป็น อัพภ อักย
เช่น อัพภันตร อัภยันดร อวตาร อวสาน อวชาต โอกาส โอภาส โอวาท โอสาน อากร อาการ อาเกียรณ์ อาจารย์ อาเทศ อานันท์ อาพาธ อุคหะ อุโฆษ อุทิศ อุเทศ อุธัจ อุบถ อุบัติ อุจเฉท อุฏฐาการ อุปกรณ์ อุปการ อุปกิเลส อุปจาร อุปถัมภ์ อุปเทศ อุปนิสัย
อุปสรรคที่ใช้ในภาษาไทยใช้สำหรับเติมนำหน้าคำนาม กริยาและวิเศษณ์มักใช้เติมหน้าศัพท์ จากภาษาบาลี สันสกฤต และ ภาษาไทยบางคำ

เช่น บาลี ปฏิวัติ ปณิธิ ปริญญา วิภัตติ
สันสกฤต ประภาษ ประติญาณ วิเศษ อนุกรม
ไทย สุพิศ อนุกาชาด วิมลัก วิเมลือง
อนุกระเบียด

๒. การใช้ปัจจัย คือพยางค์ที่นํ ามาลงท้ายศัพท์ในภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อประกอบศัพท์ที่เป็นคํ านามและกริยา ส่วนใหญ่ไทยนํ าศัพท์ที่ลงปัจจัยมาแล้วมาใช้มีการสร้างศัพท์โดยใช้ปัจจัยขึ้น ใหม่บ้าง ปัจจัยนามที่ใช้ในภาษาไทย มีดังนี้

- ก ปัจจัย แปลว่า ผู้ หมวด เช่น
นายก - ผู้นํ า ทายก - ผู้ให้
ยาจก - ผู้ขอ สาวก - ผู้ฟัง

- ณิก ปัจจัย แปลว่า ผู้เกี่ยวด้วย เช่น
ธรรมิก - ผู้ประพฤติชอบโดยธรรม
นาวิก - ผู้ข้ามด้วยเรือ

- อนีย ปัจจัย แปลว่า ควร น่า พึง เช่น
กรณีย์ - อันควร ทัศนีย์ - น่ามอง
รมณีย์ - น่ายินดี ปูชนีย์ - ควรบูชา

- ณ น ปัจจัย แปลว่า การ ความ ผู้ เช่น
กรณ - การกระทํ า คมน - การไปมา
พันธน - การผูก ฌาปน – การเผา

- ณี ปัจจัย แปลว่า ผู้มัก…โดยปกติ เช่น
โยคี - ผู้มักประกอบโดยปกติ การี - ผู้กระทํ าโดยปกติ
อารี - ผู้มักประพฤติโดยปกติ

- ตุ ปัจจัย แปลว่า ผู้ เช่น
มาตุ - ผู้สร้าง กรรตุ - ผู้กระทํ า
ปีตุ - ผู้รักษา โสตุ - ผู้ฟัง

- ติ ปัจจัย แปลว่า การ ความ เช่น
คติ - ดํ าเนินไป มติ - ความรู้
ชาติ - การเกิด สติ - ความระลึกได้

- ต ปัจจัย แปลว่า แล้ว เช่น
ลิขิต - เขียนแล้ว จริต - ประพฤติแล้ว
กต - กระ ทํ าแล้ว คติ - ไปแล้ว

- อี ปัจจัย แปลว่า มี เช่น
ปราณี - ผู้มีลมหายใจ จักรี - ผู้มีจักร
กรี - ผู้มีมือ ปักษี - ผู้มีปีก


๓. การใช้วิภัตติ หมายถึงพยางค์ที่นํ ามาประกอบท้ายนามศัพท์หรือกริยาศัพท์เพื่อบอก บุรุษ พจน์ เพศ เมื่อประกอบนามศัพท์จะบอกหน้าที่ของนาม เมื่อประกอบกริยาศัพท์จะบอก กาล มาลา วาจก
* มาลา คือ ระเบียบของกริยาที่แสดงเนื้อความต่างๆ
* วาจก คือ กริยาของประโยค ที่แสดงว่า ประธาน ทํ าหน้าที่เป็น ผู้ทํ า ผู้ใช้ ผู้ถูก หรือ ผู้ถูก คือ ผู้ถูกใช้ ไทยไม่ ได้นํ าเอาวิธีการวิภัตติของบาลีสันสกฤตมาใช้โดยตรง แต่นำ คํ าที่ติดวิภัตติเข้ามาใช้เพียงบางคํ า เช่น
บุตรี กุมารี ยักษิณี ทาสี เทวี
เทวา เทโว ชโย โทโส โมโห
เดโช เตโช มโน โกรธา กายา
อาโป เสโท พุทโธ พุทโธ่ ทุกขา
ทุกขัง อนิจจา อนิจจัง อนัตตา นาคา
นาคี นาโค สุริยา สุริโย ยโส
วาโย พลัง สุขัง จีรัง โลโภ
พาลพาโล นานาจิตตัง กุฎฐัง บุพเพสันนิวาส เสโท

๔. การสมาส
สมาส คือ วิธีการผสมคํ าของภาษาบาลีและสันสกฤต ไทยได้
นํ ามาดัดแปลงเป็นวิธีการสมาสแบบไทย

- ต้องเป็นคํ าที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเท่านั้น
เช่น ราชการ ราชครู ราชทูต ราชบุตร ราชโอรส

- ศัพท์ประกอบไว้หน้า ศัพท์หลักไว้หลัง
เช่น สัตโลหะ ภารกิจ ปฐมเจดีย์ อุดมศึกษา อุดมคติ

- แปลความหมายจากหลังมาหน้า
เช่น อักษรศาสตร์ - วิชาว่าด้วยตัวหนังสือ วาทศิลป์ - ศิลปะการพูด
ยุทธวิธี - วิธีการทํ าสงคราม ชัยภูมิ - ที่ตั้งทัพที่ทํ าให้ได้รับชัยชนะ
วีรบุรุษ - บุรุษผู้กล้าหาญ

- ท้ายศัพท์ตัวแรกห้ามใส่รูปสระ อะ และตัวการันต์ เช่น
กิจการ - ไม่ใช่ กิจะการ ธุรการ - ไม่ใช่ ธุระการ
กาลเทศะ - ไม่ใ่้ กาลเทศะ วารดิถี - ไม่ใช่ วาระดิถี
แพทยศาสตร์ - ไม่ใช่ แพทย์ศาสตร์ มนุษยธรรม - ไม่ใช่ มนุษย์ธรรม

- ต้ องออกเสียงสระที่ท้ายศัพท์ตัวแรก
อุณหภูมิ - อุน – หะ – พูม ประวัติศาสตร์ - ประ – หวัด – ติ - สาด
ธาตุเจดีย์ - ทา – ตุ – เจ – ดี เกษตรกรรม - กะ – เสด – ตระ - กํ า
ราตรีสวัสดิ์ - รา – ตรี – สะ – หวัด สิทธิบัตร - สิด – ทิ – บัด


* * ยกเว้นบางคํ าอ่านตามความนิยมโดยไม่ออกเสียงสระ

เช่น สุขศาลา ชาตินิยม ไตรรัตน์ บุรุษเพศ
ชลบุรี ธนบุรี ธาตุวิเคราะห์ สุภาพบุรุษ

 

- คํ าว่า วร, พระ ตามด้วยภาษาบาลีสันสกฤตถือเป็นคํ าสมาส เพราะ พระ แผลมาจาก วร
เช่น วรกาย วรชายา วรองค์ วรวิหาร วรดิตถ์
พระบาท พระองค์ พระโอษฐ์ พระนาสิก พระเนตร
พระกรรณ พระบัปผาสะ พระหทัย พระนลาภ พระเสโท


* คํ าพระ ที่ประสมกับคํ าภาษาอื่นไม่ใช่คํ าสมาส
เช่น พระอู่ พระเก้าอี้ พระขนง พระเขนย
พระขนน พระสุหร่าย พระโธรน

 

กลับหน้าก่อน         กลับด้านบน         วิวิธภาษา

 

 

 

 

 

 

 

Forum